เดี๋ยวนี้หลายหน่วยงานออกมารณรงค์ให้คนไทยลดการบริโภคน้ำตาล เพราะหากทานมากเกินไป น้ำตาลจะเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมในร่างกาย กลายเป็นต้นเหตุของโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น ปัจจุบันจึงมีการนำ #สารให้ความหวาน หรือ #น้ำตาลเทียม มาใช้แทนน้ำตาล เพื่อให้เรายังคงทานรสหวานได้โดยไม่เกิดโรค
สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เป็นสารที่ให้รสหวานคล้ายน้ำตาลแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ และไม่ให้พลังงาน นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงรสสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ทานน้ำตาลจริงไม่ได้ รวมถึงผู้เป็นโรคอ้วนหรือต้องการควบคุมน้ำหนัก ปัจจุบันสารให้ความหวานมีมากมายหลากหลายชนิด แต่เราขอแนะนำ 3 อย่างนี้ที่พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ!
1 . น้ำผึ้ง
นํ้าผึ้ง
เป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติ ในน้ำผึ้งประกอบของ น้ำตาล 4 ชนิด คือ ฟรักโทส, กลูโคส, มอลโทส และซูโครส รวมถึงวิตามินบี 1, บี 2, บี 5, บี 6, วิตามินซี, กรดโฟลิก, แคลเซียม, เหล็ก. แมกนีเซียม. โพแทสเซียม และสังกะสี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ไม่ควรทานเกิน 3 ช้อนโต๊ะต่อวัน เพราะอาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงและอ้วนได้
2 . ซูคราโลส (Sucralose)
ซูคราโลส (Sucralose)
เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ผลิตจากธรรมชาติ มีความหวานมากกว่าน้ำตาล 600 เท่า แต่ไม่ให้พลังงานจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ไม่ทำให้ฟันผุ และไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับอินซูลิน จึงนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุงรสในอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
3 . สารสกัดหญ้าหวาน หรือ สตีวิโอไซด์ (Stevioside)
สารสกัดหญ้าหวาน หรือ สตีวิโอไซด์ (Stevioside)
เป็นสารให้ความหวานจากการสกัดใบหญ้าหวาน ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาล 200 – 300 เท่า โดยไม่ให้พลังงาน (0 แคลอรี) และไม่ทำให้ฟันผุ จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก รวมถึงยังช่วยบำรุงตับอ่อน ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงอีกด้วย
อย่างไรก็ดี แค่ลดน้ำตาลในชาหรือกาแฟยังไม่พอ แต่ต้องคุมอาหารชนิดอื่นๆ ที่มีน้ำตาลและแป้งเป็นส่วนประกอบด้วย เพื่อช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือควบคุมน้ำหนักได้ผลมากยิ่งขึ้นค่ะ